รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสกุลเงินยุโรป
การทดสอบระดับราคา 1.1806 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวขึ้นมาอยู่เหนือเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงไม่เข้าเทรดฝั่งซื้อยูโรสวนเทรนด์
การขาดปัจจัยพื้นฐานด้านสถิติที่สำคัญจากยูโรโซนกดดันการปรับตัวขึ้นของ EUR/USD ในช่วงครึ่งแรกของวัน สำหรับช่วงถัดไป ทิศทางของราคาจะขึ้นอยู่กับสถิติสำคัญที่จะออกมา ซึ่งมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแนวโน้มของคู่เงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่มีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ และสะท้อนสภาพตลาดแรงงานได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีดัชนี Philadelphia Fed Manufacturing Index และตัวเลขดุลการค้า ที่จะมีน้ำหนักต่อการประเมินภาพรวมเช่นกัน โดยพิจารณาจากความเคลื่อนไหวล่าสุดซึ่งดอลลาร์ตอบสนองในเชิงบวกต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด หากตัวเลขออกมาดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ก็มีแนวโน้มจะหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ นักลงทุนจะจับตาถ้อยแถลงของสมาชิกคณะกรรมการ Federal Reserve Board ได้แก่ Raphael Bostic และ Neel Kashkari อย่างใกล้ชิด มุมมองของทั้งสองต่อภาวะเศรษฐกิจ ภาพรวมตลาดแรงงาน และกระบวนการเงินเฟ้อ อาจทำให้ตลาดตอบสนองทันทีได้ สัญญาณใด ๆ ที่บ่งชี้ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการดำเนินการตาม Scenario ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 มากเป็นพิเศษ
สัญญาณซื้อ
ฉากทัศน์ที่ 1: วันนี้คุณสามารถซื้อยูโรได้เมื่อราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 1.1806 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการเติบโตที่ระดับ 1.1829 ที่ราคา 1.1829 ผมวางแผนที่จะออกจากตลาด และขายยูโรในทิศทางตรงกันข้าม พร้อมตั้งเป้าการเคลื่อนไหวที่ประมาณ 30–35 จุดจากจุดเข้า สามารถคาดหวังการปรับขึ้นแรงของยูโรได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขสถิติที่ออกมาอ่อนแอเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับนั้น
ฉากทัศน์ที่ 2: วันนี้ผมยังวางแผนจะซื้อยูโรในกรณีที่มีการทดสอบระดับราคา 1.1790 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวลงของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1806 และ 1.1829 ได้
สัญญาณขาย
ฉากทัศน์ที่ 1: ผมวางแผนจะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1790 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายที่ราคา 1.1765 ซึ่งผมตั้งใจจะออกจากตลาดและกลับเข้าซื้อในทิศทางตรงกันข้ามทันที (ตั้งเป้าการเคลื่อนไหวราว 20–25 จุดจากระดับดังกล่าว) แรงกดดันต่อคู่เงินนี้จะกลับมาในกรณีที่มีตัวเลขสถิติออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับนั้น
ฉากทัศน์ที่ 2: วันนี้ผมยังวางแผนจะขายยูโรในกรณีที่มีการทดสอบระดับราคา 1.1806 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวลง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1790 และ 1.1765 ได้
สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อของตราสารที่ใช้เทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาเป้าหมายโดยประมาณที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งขายของตราสารที่ใช้เทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาเป้าหมายโดยประมาณที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD – ขณะเปิดสถานะเข้าตลาด สิ่งสำคัญคือต้องอ้างอิงโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุด หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญาในการเทรดที่ใหญ่เกินไป
และควรจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับการเทรดในลักษณะอินทราเดย์